นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
 
 
 
 
 
 
     
 
สารพิษในบุหรี่

นิโคติน (Nicotine)
นิโคตินเป็นสารที่ทำให้คนติดบุหรี่ ออกฤทธิ์โดยตรงต่อสมองภายใน 7 วินาที
ออกฤทธิ์นาน 5-120 นาที ทำให้เกิดการหลั่งสารอะซิติลโคลิน นอร์อิพิเนฟริน
โดปามีน และเบตา-เอ็นดอร์ฟิน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปจับกับตัวรับ จากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสารโคตินิน ซึ่งจะยังคงอยู่ในกระแสเลือดนาน 48 ชั่วโมง บุหรี่หนึ่งมวนจะมีนิโคติน 0.1-2.8 มิลลิกรัม บุหรี่ก้นกรองไม่ได้ทำให้ปริมาณนิโคตินลดลง


ทาร์หรือน้ำมันดิน (Tar)
ทาร์ประกอบด้วยสารหลายชนิดเกาะกันเป็นสีน้ำตาล ทำให้เกิดคราบสีติดนิ้วมือและฟัน และเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งได้หลายชนิด ร้อยละ 50 ของทาร์จะไปจับที่ปอด ทำให้เกิดการระคายเคือง อันเป็นเหตุของการไอเรื้อรังมีเสมหะ ในคนที่สูบบุหรี่วันละซอง ปอดจะรับน้ำมันทาร์เข้าไปประมาณ 30 มิลลิกรัมต่อมวน หรือ 110 กรัมต่อปี บุหรี่ไทยมีสารทาร์อยู่ระหว่าง 12-24 มิลลิกรัมต่อมวน กฎหมายประเทศอังกฤษกำหนดให้สารทาร์ในบุหรี่ต้องน้อยกว่า 0.9 มิลลิกรัมต่อมวน

คาร์บอนมอนนอกไซด์ (Carbon monoxide)
คาร์บอนมอนนอกไซด์เป็นก๊าซพิษที่ทำลายคุณสมบัติในการเป็นพาหะนำออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้ เท่ากับเวลาปกติ ผลที่ตามมาคือ เกิดการขาดออกซิเจน ทำให้มึนงง ตัดสินใจช้าและเหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ ความสามารถในการขนส่งออกซเจนลดลงร้อยละ 15 ในคนที่สูบบุหรี่

ไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide)
ไฮโดรเจนไซยาไนด์เป็นก๊าซพิษที่ทำลายเยื่อบุผิวหลอดลมส่วนต้น ทำให้มีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะเป็นประจำ ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไซยาไนด์ที่มากกว่า 300 ppm ทำให้ผู้สูดดมเสียชีวิตใน 3 นาที และที่ความเข้มข้นมากกว่า 56,000 ppm สามารถนำไฮโดรเจนไซยาไนด์มาทำเป็นระเบิดได้ พบว่าที่อุณหภูมิห้อง ไฮโดรเจนไซยาไนด์อยู่ในสภาพกรดระเหย ไม่มีสีหรือมีสีฟ้าอ่อน

ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen dioxide)
ไนโตรเจนไดออกไซด์เป็นก๊าซพิษที่ทำลายเยื่อบุหลอดลมส่วนปลาย และถุงลมทำให้ผนังถุงลมบางโป่งพอง
ถุงลมเล็กๆ หลายอันแตกรวมกันเป็นถุงลมใหญ่ ทำให้มีถุงลมจำนวนน้อย การยืดหยุ่นในการหายใจเข้าออกน้อยลง ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง นอกจากนี้ในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นเด็ก จะมีความไวต่อก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์มากกว่าปกติ ทำให้อาการกำเริบได้ง่าย และเมื่อตรวจวัดสมรรถภาพปอด พบว่าเลวลงอย่างมีนัยสำคัญ

 
Untitled Document


แอมโมเนีย (Ammonia)

แอมโมเนียเป็นก๊าซที่ไม่มีสี มีกลิ่นที่รุนแรง และมีฤทธิ์ระคายเคืองเนื้อเยื่อ ทำให้แสบตา แสบจมูก ระคาย
หลอดลม และผิวหนัง กระบวนการเติมแอมโมเนียเป็นการเพิ่มผลกระทบของนิโคตินในบุหรี่ เรียกว่า "free-basing" คล้ายคลึงกับปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในขบวนการผลิตโคเคน นิโคตินจะอยู่ในรูปของทั้งกรดและเบส เมื่อเติมแอมโมเนียลงไปในส่วนผสมของบุหรี่จะเปลี่ยนนิโคตินให้เป็นเบสมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นไอได้ง่ายขึ้น กลายสภาพเป็นก๊าซในอนุภาคของควันบุหรี่

สารกัมมันตรังสี (Radioactive agents)
ควันบุหรี่มีสาร โพโลเนียม 210 ที่มีรังสีอัลฟาอยู่ เป็นสาเหตุการเกิด
โรคมะเร็งปอด และควันบุหรี่ ยังเป็นพาหะที่ร้ายแรง ในการนำสารกัมมันตภาพรังสี ทำให้ผู้ที่อยู่รอบข้างที่ไม่สูบบุหรี่หายใจเอาอากาศที่มีสารพิษนี้เข้าไปด้วย

แคดเมียม (Cadmium)

แคดเมียมเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมโพลิเมอร์อิเล็คโทรนิค และเป็นสารประกอบที่อยู่ในถ่านไฟฉายด้วย มีผลกระทบต่อตับ ไต และสมอง บุหรี่หนึ่งมวนมีแคดเมียม 1-2 ไมโครกรัม และร้อยละ 10 ของแคดเมียมจะถูกหายใจเข้าไปเวลาสูบ แคดเมียมทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดและ
ต่อมลูกหมาก ในใบยาสูบมีส่วนประกอบของแคดเมียมในปริมาณที่แตกต่างกัน ผู้ที่สูบบุหรี่จะสะสมปริมาณของแคดเมียมในร่างกายปีละ 0.5-1.2 มิลลิกรัมเพิ่มขึ้นทุกป
สารหนู (Arsenic)
สารหนูมีโครงสร้างทางเคมีคล้ายคลึงกับฟอสฟอรัส ในขนาดที่ไม่เป็นพิษจะออกฤทธิ์กระตุ้นสมอง นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์หลายชนิดในช่วงศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันพบสารหนูเป็นส่วนประกอบอยู่ในผลิตภัณฑ์ยาฆ่าหญ้า ในขนาดที่เป็นพิษจะมีผลต่อระบบ
ทางเดินอาหาร เมื่อรับเอาสารนี้เข้าไปจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนและท้องร่วงอย่างแรง

ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
ฟอร์มาลดีไฮด์รู้จักกันดีเป็นสารที่ใช้ในการดองศพ คนที่สูบบุหรีวันละ 20-25 มวน จะได้รับสาร
ฟอร์มาลดีไฮด์ 0.8-1 มิลลิกรัมต่อวัน และยังเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย จากการศึกษาวิจัยพบว่า
เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ปริมาณของฟอร์มาลดีไฮด์ที่มากกว่า 2.5-3 ppm
จะทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจและเยื่อบุตา และอาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้
ที่รุนแรงได
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์


ตะกั่ว (Lead)
สารตะกั่ว

จะพบอยู่ตามโรงงานอุตสาหกรรมจำพวกแบตเตอร์รี่ หรือโรงถลุงโลหะ เป็นสารก่อมะเร็ง มีผลต่อหลายระบบในร่างกาย เช่น ทางระบบประสาท จะทำให้การได้ยินผิดปกติ
ระดับไอคิวต่ำ


ผลต่อระบบเลือด คือ จะทำให้ความดันเลือดสูงมีผลต่อระบบไต และที่สำคัญมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ในผู้ใหญ่ จะทำให้เป็นหมันในเพศชาย ซึ่งจะทำให้ตัวอสุจิผิดปกติ และน้อยลง จึงทำให้เกิดสมรรถภาพทางเพศเสื่อมได้

อะซิโตน (Acetone)
อะซิโตนเป็นสารประกอบสำคัญที่อยู่ในน้ำยาล้างเล็บ ซึ่งพบว่าอยู่ในบุหรี่ด้วยเช่นกัน ก่อให้เกิดการระคายจากการสูดดม และมีผลต่อเซลล์ตับทำให้เซลล์ตับตายได้เป็นจำนวนมาก โดยทั่วไปรายงานพิษของสารอะซิโตนที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันพบได้ประปราย ในรายที่เสียชีวิตเกิดจากการกินเข้าไปในปริมาณมากพอสมควร
 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
-
-
-
 
ชมรมช่างภาพจังหวัดเพชรบูรณ์
 
     
นายสุชาครีย์ สุคำภา อั๋น



View My Stats